Talking the Pictures

Talking the Pictures

คอหนังเอเชียที่ชื่นชอบในหนังดีๆ จากญี่ปุ่นต้องไม่พลาดกับโอกาสดีเช่นนี้ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2020 ได้กลับมาอีกครั้ง โดยปีนี้ได้จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน ตั้งแต่วันที่ 13 – 22 พฤศจิกายนนี้ พร้อมกับคัดสรรหนังคุณภาพที่ได้รับรางวัลประจำปีถึง 15 เรื่อง มาลงโปรแกรมฉาย และที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือผู้ชมสามารถเปิดชมหนังทุกเรื่องได้ที่บ้านแบบฟรีๆ ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 20 – 20 พฤศจิกายนนี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) ได้มีการจัดพิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2020 ในเมืองไทยขึ้นอย่างเป็นทาง พร้อมกับจัดฉายหนังรอบพิเศษ ที่หยิบเอาหนังตลกย้อนยุค “Talking the Pictures” มาเป็นหนังที่ใช้ในการเปิดเทศกาลประจำปีนี้ ผลงานระดับผู้กำกับชั้นครู “มาซะยูกิ ซูโอะ” จากหนังรักในตำนาน ‘Shall We Dance?’ ที่กลายเป็นหนังที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูแบบไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว

Talking the Pictures เป็นผลงานกำกับและเขียนบทหนังโดย มาซะยูกิ ซูโอะ เป็นหนังที่เล่าย้อนอดีตไปในช่วงยุคจักรวรรดิไทโช เมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว เผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมของวงการหนังญี่ปุ่นที่แต่ละหมู่บ้านยังมีโรงหนังเล็กๆ เป็นความบันเทิงหลักของคนในพื้นที่ โดยในช่วงนั้นยังคงเป็นยุคของหนังเงียบ ทำให้วัฒนธรรมการพากย์หนัง (หรือ เบนชิ) ในญี่ปุ่นกำลังเกิดการแข่งขันกันขึ้น

หนังเล่าเรื่องราวของ ชุนทาโร่ จากเด็กชายที่มีไอดอลเป็นหนังพากย์หนังที่เขาประทับใจ จึงใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักพากย์หนังให้ผู้คนประทับใจเช่นกัน แต่เส้นทางชีวิตของเขากลับไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ หนทางจะไปเป็นดาวใวนวงการนักพากย์ผู้ช่ำชอง และถูกยกระดับเรียกเป็นอาจารย์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสำหรับเขา เพราะมีแค่ฝันคงจะไม่เพียงพอ…

สารภาพตามตรงว่า…ก่อนเข้าไปดูหนังเรื่องนี้นั้น แทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย ไม่รู้แม้ว่าเป็นผลงานของเขา ใครเป็นคนแสดง และเนื้อหาเป็นอย่างไร แต่เมื่อหนังเริ่มต้นฉายก็ทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่ย่อยง่าย ผ่านการถ่ายทอดวัฒนธรรมการสร้างหนังในยุคก่อนของชีวิต ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้ ด้วยการหยิบเอาหนังเงียบจากสมัยก่อนมาใช้กับได้อย่างมีกึ๋นและทรงคุณค่า

หนังพาเราดำดิ่งไปสู่ห้วงเวลาที่คนญี่ปุ่นสนใจความบันเทิงในรูปแบบของการฉายหนัง ที่ยังพาเราไปสำรวจวงการนักพากย์หนังญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนาน นับว่าเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมในอดีตที่ไม่ค่อยหาดูได้ทั่วไปสักเท่าไหร่นัก ได้เห็นถึงขั้นตอนการทำงานของนักพากย์หนังเงียบในอดีต หนังจะสนุกได้ก็ต้องขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและทักษะของผู้พากย์ล้วนๆ

ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว Talking the Pictures มีบทหนังที่ค่อนข้างอ่อนปวกเปียก และยังแอบเลอะเทอะไปในบางช่วงก็ตาม ซ้ำยังมีตัวละครเยอะแยะอยู่เต็มไปหมด แต่กลับกลายเป็นว่าทุกตัวละครคือคาแรกเตอร์สำคัญเท่ากันทั้งหมด และยังให้ความสำคัญกับทุกๆ ตัวละครที่เหมือนกับจุดเด่นของหนังญี่ปุ่นทั่วไป แต่ความเลอะเทอะของบทนั้นก็ทำให้ตัวหนังกลายเป็นความสนุกแบบไม่ต้องคิดวิเคราะห์ใดๆ เลย

“เรียว นาริตะ” ทรงเสน่ห์ในหนังเรื่องนี้ เขาสามารถแบกรับหนังความยาวถึง 2 ชั่วโมงไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมจะต้องจดจ้องมองเขาในทุกฉาก แม้ว่าเขาจะมอบการแสดงในแบบฉบับตัวเองในหนังย้อนยุคก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการดีไซน์แอคติ้งที่ดูเหมาะเจาะและเข้ากับตัวหนังไปได้ดีเหมือนกัน

โดยสรุปแล้ว Talking the Pictures กลายเป็นหนังตลกที่ทำออกมาได้สนุกกว่าที่คิดเอาไว้ แม้ยังมีช่องโหว่ จุดที่ย้วยยานอยู่ประปราย แต่ก็ถือว่าตัวหนังประสบความสำเร็จในการสื่อสารโจทย์หลักของหนังออกมาได้ดี โดยเฉพาะการเผยแพร่วัฒนธรรมความบันเทิงในยุคก่อนของญี่ปุ่น ที่มีการทำการบ้านและเก็บรายละเอียดค่อนข้างน่าพอใจ จึงกลายเป็นหนังที่ดูจบออกมาแล้ว ไม่แปลกใจที่ทุกคนต่างบอกว่า…สนุกมาก

Talking the Pictures เป็นเพียง 1 ในโปรแกรมหนังที่จะฉายในเทศกาลหนังญี่ปุ่น 2020 ในครั้งนี้ ยังมีหนังคุณภาพเรื่องอื่นๆ จ่อคิวฉายอีกเพียบ สามารถเช็กโปรแกรมหนังแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และซื้อตั๋วดูหนังในเทศกาลครั้งนี้ที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก The Japan Foundation Bangkok

————————————-