Start-Up

Start-Up

การโคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของนักแสดงและทีมงานที่เคยผลักดันทำให้ดังเป็นพลุแตกมาก่อน อย่าง “แบซูจี” นางเอกขวัญใจหนุ่มๆ หลายคนกับผู้กำกับ “โอชุงฮวาน” กับนักเขียนบท “พัคฮเยรยอน” พวกเขาเคยเป็นดรีมทีมมาจากซีรีส์ดังเรื่อง “While You Were Sleeping” เมื่อ 3 ปีก่อน ในวันนี้กลับมาอีกครั้งกับซีรีส์ที่เหมือนจะคาดเดาทิศทางได้ แต่ปรากฏว่ายิงเปรี้ยง 2 นัดแรกใน 2 ตอนแรก ถือว่าเหนือความคาดหมายไม่เบา

“Start-Up” ดูจากหน้าหนังแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงซีรีส์เกาหลีวัยฝันของคนหนุ่มสาวช่วงอายุ 20 กลางๆ ปลายๆ ที่กำลังอยากจะหยิบจับและสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เรื่องราวของ ซอดัลมี หญิงสาวที่อยากจะเป็น สตีฟ จ็อบส์ คนใหม่ให้ได้ เธอจึงมุ่งมั่นดร็อปเรียนและทำงานเก็บประสบการณ์ แต่โอกาสใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

เช่นเดียวกับ นัมโดซัน ชายหนุ่มอัจฉริยะที่ร่วมหุ้นกับเพื่อน เปิดบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง แต่ผ่านไปหลายปี บริษัทของเขาก็ยังไม่เห็นหนทางประสบความสำเร็จ ซ้ำยังทำให้ครอบครัวหัวปวดกับความฝันลมๆ แล้งๆ ของเขา พวกเขาที่ต้องการเพียงโอกาสไปสู่ความสำเร็จ พวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มีคนได้เชยชมผลงานจากการสร้างธุรกิจดีๆ ของพวกเขาสักครั้ง

ฟังดูโครงเรื่องแล้ว…นี่มันซีรีส์ออกแนวไลฟ์เวิร์คกิ้งชัดๆ อันที่จริงก็มีกลิ่นอายเช่นนั้นเป็นโทนของภาพรวมเช่นกัน เพราะซีรีส์ต้องการสื่อสารให้เห็นถึงธุรกิจสตาร์ทอัพของคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มต้นจากการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อหานักลงทุนมาช่วยประคองและพัฒนาธุรกิจของพวกเขา แต่โทนเรื่องรองๆ ของซีรีส์กลับทำให้คนดูฮีลลิ่งได้อย่างประทับใจ • สามารถติดตามอ่านเรื่องย่อซีรีส์เรื่องนี้รายตอนได้ที่นี่

ซีรีส์ Start-Up ที่ได้ออกอากาศผ่านไปแล้ว 2 ตอนแรก เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจแบบคาดไม่ถึงว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย ตอนแรกคือการปูเรื่องที่หนักแน่นและเข้มแข็งเอาคนดูได้อยู่หมัด แล้วถึงจะมาเข้าเส้นเรื่องชัดขึ้นๆ ในตอนที่ 2 นับว่าเป็นซีรีส์ที่ขัดต้องหน้าหนังระดับหนึ่งเลยทีเดียว และนี่คือ First Impressions ความประทับใจแรกที่มีต่อซีรีส์เรื่องนี้

Love: เส้นเรื่องหลักแข็งแรง เส้นเรื่องรองก็หนักแน่น

คงต้องบอกว่าค่อนข้างเซอร์ไพรส์ประมาณหนึ่งเลยนะ โดยเฉพาะการเปิดเรื่องมาในตอนแรกของซีรีส์ ที่จัดได้ว่าเป็นตอนที่ดำเนินการปูพื้นและภูมิหลัของเรื่องราวทั้งหมด สารภาพว่าแค่เปิดมาตอนแรกก็ทำคนดูน้ำตาคลอได้หลายฉาก ด้วยประเด็นดราม่ากับการต่อสู้ชีวิตหลายๆ ด้านที่สามารถเข้าใจคนดูได้โดยตรง อีกทั้งยังเนื้อหาที่เยียวยาคนดูได้อีกทางด้วย ตอนแรกจึงถือว่าสอบผ่านฉลุยและทำให้คนดูอยากจะรู้ว่าเรื่องจะไปต่อแบบนั้น

เส้นเรื่องรองปูมาหนักแน่นขนาดนี้ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เส้นเรื่องหลักที่เป็นโครงเรื่องในปัจจุบันของตัวละคร ต้องถือว่าอาจจะไม่แน่นปึกเท่ากัน แต่ก็ยังคงมีน้ำหนักที่แข็งแรงอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการสร้างมิติให้กับตัวละครต่างๆ มีการใส่เหตุและผลให้กับทุกคาแรกเตอร์ แม้ว่าบางซีนก็ดูจำเจและซ้ำซากอยู่บ้างก็ตาม แต่ถือว่าโครงเรื่องของซีรีส์ชวนให้น่าติดตาม ผนวกกับการแสดงของนักแสดงก็เป็นอีกจุดที่ซีรีส์น่าดูขึ้นไปอีกระดับ

Love: มีแคสติ้งที่ลงตัว นักแสดงเบอร์ไม่ใหญ่แต่ชวนติดตาม

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการแสดงของนักแสดงเป็นสิ่งหนึ่งทำให้ซีรีส์น่าชวนดู เพราะได้แคสติ้งที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว คู่พระนางคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก “แพซูจี” กับ “นัมจูฮยอค” คือเคมีเข้ากันตั้งแต่เรียกชื่อแล้ว พระนางรุ่นใหม่ที่ลงตัวที่สุดในเวลานี้ ถัดมาที่คู่รอง “คิมซันโฮ” ที่ถือว่าเหนือความคาดหมายมาก เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าเขาสามารถถูกดันขึ้นไปเป็นพระเอกได้อยู่ “คังฮันนา” ก็มีอินเนอร์ร้ายอยู่เบาๆ แต่ทุกตัวละครก็มีเหตุผลในการกระทำ และเธอก็มีเสน่ห์กับตัวละครของเธอเองด้วย

Love: โปรดักชั่นดี โลเคชั่นก็แจ่ม สอดแทรกความรู้-เทคโนโลยี

ปรบมือให้เลย…เห็นได้ชัดว่าซีรีส์เรื่องนี้มีเวลาในการเล่นและใส่ซีจีเข้าเสริมได้อย่างถูกจังหวะ แน่นอนว่าซีรีส์เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจและเทคโนโลยี สมควรต้องใช้ภาพตัดต่อซีจีเข้ามาเป็นส่วนเสริมเพิ่มบรรยากาศเข้าไป และก็ทำออกมาได้ดี ขณะที่องค์ประกอบอื่นๆ ทั้งการย้อมแสง ย้อมภาพ เลือกโลเคชั่น ก็ถือมีส่วนผสมที่ลงตัวดี โดยเฉพาะการถ่ายทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง เป็นช่วงที่ถ่ายทำละครได้งามสุดๆ ไม่เท่านั้นซีรีส์ยังไม่ทิ้งการสอดแทรกความรู้เรื่องภาษาคอมพ์ หรือคำเฉพาะในวงการเทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะขาดไปในซีรีส์เกาหลีไม่ได้

Love: นักแสดงรุ่นใหญ่ นักแสดงรุ่นเล็ก นักแสดงรับเชิญ คือปัง!

นอกจากทีมนักแสดงหนุ่มสาวแล้ว ยังคงต้องขอยกนิ้วให้กับทีมนักแสดงสมทบหลากหลายรุ่นที่เต็มที่กันจริงๆ โดยเฉพาะคุณป้า “คิมแฮซุก” เป็นตัวละครคุณย่าที่มีมิติที่สุดในเรื่องนี้ เพราะคนดูไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเธอทำแบบนั้นไปทำไม ช่วยคนนั้นทำไม เชื่อว่าต้องมีเฉลยตามมา รุ่นเล็กวัยเด็กก็เล่นดีเหลือเกิน โดยเฉพาะ “นัมดารึม” ที่เหมือนจะต้องแบกตอนแรกของซีรีส์เอาไว้เลย เช่นเดียวกับ “คิมจูฮัน” ที่โผล่มารับเชิญแค่ตอนเดียว แต่ก็จัดหนักจัดเต็มเสียอยู่หมัด ปล่อยพลังด้วยเส้นเรื่องความดราม่าได้อย่างเต็มที่ นี่จึงเป็นองค์ประกอบทีมนักแสดงสมทบที่ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

โดยภาพรวมแล้วก็คือ Start-Up เป็นซีรีส์ที่น่าจะมาแนวปลุกฝันและให้กำลังใจผู้คนได้ระดับหนึ่ง มีเส้นเรื่องที่ปูเอาไว้ได้น่าสนใจ ตัวละครต่างๆ ยังมีประเด็นให้น่าค้นหาและสำรวจอีกเยอะ และยังเป็นซีรีส์ที่เนื้อหาเฉพาะเจาะจงที่ต้องการสื่อไปถึงคนดู แม้จะเป็นเรื่องเทคโนโลยีแต่คนดูก็สามารถสัมผัสและแตะเข้าถึงได้ไม่ยาก สอดแทรกกับเส้นเรื่องเลิฟไลน์ของตัวละคร น่าจะทำให้เรื่องนี้เป็นที่ประทับใจของคนดูได้ไปในทุกตอนอยู่