Colors of Love (2021) สีสันสื่อรักแห่งเราสอง

Untitled07820

Colors of Love หนังโรแมนติกที่เนื้อเรื่องธรรมดา ไม่แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่เตะตาผมมากๆ คือฉากหลังครับ เรื่องราวเกิดช่วงฤดูใบไม้ร่วง เราเลยจะได้เห็นบรรยากาศดีๆ อบอวลไปด้วยใบไม้สีนวลตาประดับอยู่ในแทบทุกฉาก

เทย์เลอร์ แฮร์ริส (Jessica Lowndes) บรรณารักษ์สาวคนเก่งที่ต้องเสียงานไปเนื่องจากห้องสมุดโดนตัดงบ เธอเลยตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมพี่ชายที่เมืองฟอเรสต์ริดจ์ ในมอนแทนา แต่ที่นี้ระหว่างเดินทางรถเธอเกิดประสบอุบัติเหตุครับ โชคยังดีที่มีหนุ่มนามว่า โจเอล ชีแนน (Chad Michael Murray) ขับรถผ่านมา ก็เลยช่วยเหลือเธออย่างทันท่วงที

ครั้นเทย์เลอร์ได้เจอกับเครก (Dennis Andres) พี่ชายของเธอ ก็พบว่าตอนนี้เขากำลังเจอปัญหาใหญ่ เนื่องจากโรงแรมกราฟฟ์ที่เครกดูแลอยู่นั้นกำลังจะถูกซื้อไปและเปลี่ยนให้กลายเป็นรีสอร์ทหรูหราทันสมัยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งก็แน่นอนว่าเครกและชาวเมืองบางส่วนรู้สึกรับไม่ได้ที่โรงแรมเก่าแก่นับร้อยปีแห่งนี้กำลังจะหายไป

และทางเดียวที่จะพิทักษ์โรงแรมนี้เอาไว้ก็คือต้องพิสูจน์ว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น หากเคยมีเหตุการณ์สำคัญๆ เคยเกิดขึ้นที่โรงแรมนี้ เครกก็จะสามารถยื่นเรื่องเสนอให้โรงแรมได้รับการอนุรักษ์ไว้

พอเรื่องเป็นดังนี้ เทย์เลอร์ก็เลยต้องใช้ความถนัดในฐานบรรณารักษ์ของเธอค้นห้องสมุดประจำเมืองเพื่อหาคำตอบว่าโรงแรมกราฟฟ์เคยมีเหตุสำคัญเกิดขึ้นหรือไม่ และขณะเดียวกันเธอก็ต้องรับมือกับเรื่องยุกยิกหยิกหัวใจที่เธอมีต่อโจเอลด้วย

Lowndes กับ Murray กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งครับ โดยพวกเขาต่างก็อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ด้วย ผลที่ได้ออกมาถือว่ากลางๆ ครับ เป็นหนังรักโรแมนติกเบาๆ ที่ดูได้แบบเพลินๆ ว่าตามจริงคือเนื้อหาธรรมดามาก แต่ยังดีที่ 2 ดารานำแสดงกันได้เข้ากันพอตัว Murray ในเรื่องนี้ก็มาในมาดหนุ่มอารมณ์ดี มีความมั่นใจเต็มร้อยและช่างพูดช่างเจรจา ซึ่งไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าบทนี้ของเขาอาจมีคนดูแล้วรู้สึกหมั่นไส้ เพราะพี่แกดูมั่นใจและโปรยเสน่ห์อยู่ตลอดเรื่อง ในขณะที่ผมรู้สึกโอเคครับ Murray ก็เล่นได้ลื่นดี

Untitled07821

ส่วน Lowndes ก็ดูน่ารักตามสไตล์ครับ ผมชอบที่เวลาเธอพูดถึงเรื่องหนังสือแล้วแววตาเธอจะเป็นประกายขึ้นมาเลย ดูแล้วเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้รักหนังสือจริง และจริงๆ แล้วเนื้อเรื่องส่วนของเธอ (ที่ต้องขุดประวัติของเมืองและโรงแรม) สามารถสร้างความน่าติดตามได้หากปรุงดีๆ ล่ะก็ แต่ผลที่ได้ก็ออกมาในระดับเรื่อยๆ เท่านั้นครับ (แอบเสียดายเหมือนกัน)

อีกคนที่แอบชอบเล็กๆ คือ Erika Prevost สาวน้อยลูกครึ่งญี่ปุ่นที่มารับบทซาแมนต้า ผู้ช่วยของเครก แต่บทของเธอในเรื่องนี้ไม่เยอะเท่าไรครับ แต่เดาว่าคงมีคนเห็นแววความน่ารักเลยพาเธอไปแสดงนำใน Saying Yes to Christmas ซึ่งก็คงเป็นอีกเรื่องที่ผมต้องตามไปดูครับ อิอิ

จริงๆ หนังมีประเด็นหลายอย่างที่หากสานต่อดีๆ แล้วหนังน่าจะกลมกล่อมขึ้นครับ อย่างเรื่องอดีตวันวานที่แสนหวานของพ่อแม่โจเอล หรือที่โจเอลพูดตอนท้ายว่าอยากรู้ว่าชีวิตคนในสมัยก่อนเป็นอย่างไร โดยเฉพาะคนที่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เริ่มก่อร่างสร้างอะไรสักอย่างนั้น พวกเขาจะรู้สึกเช่นไร แต่ก็อย่างที่คาดครับว่าประเด็นเหล่านี้เพียงถูกพูดถึงไม่กี่ครั้งก่อนจะหายไป ก็เป็นอีกสิ่งที่น่าเสียดาย

เรื่องราวก็เป็นไปตามคาดเดาครับ พระเอกนางเอกชอบกัน รักกัน แล้วถึงจุดหนึ่งก็ต้องมีเรื่องให้ผิดใจกันตามบท แต่สุดท้ายก็ย่อมหนีไม่พ้น เป็นอันต้องลงเอยกัน อย่างที่ผมมักบอกบ่อยๆ ครับว่าหนังแนวนี้ไม่ได้ดูเพื่อหาความใหม่ แต่ดูเพื่อหาความสุข ดูแล้วสบายใจ จบแล้วอิ่มพร้อมกับยิ้มไปในเวลาเดียวกัน

แน่นอนว่าของดีของหนังคือฉากต่างๆ ที่จัดว่าสวยเตะตา ตกแต่งได้สมกับฤดูใบไม้ร่วงอย่างมาก ใบไม้สีเหลืองสีน้ำตาลถูกประดับเสริมความเด่นไปทั่วตั้งแต่ถนนข้างทาง บ้านช่องห้องหับ ร้านกาแฟหรือกระทั่งห้องสมุดครับ สวยสบายตาจริงๆ ตอนกลางคืนก็ประดับด้วยไฟดวงเล็กๆ พันรอบต้นไม้ ซึ่งมันอาจจะดูประดิษฐ์อยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่ามันสวย และเพิ่มอารมณ์ดีๆ ให้กับหนังได้เยอะ

เป็นอีกเรื่องที่ดูเอาความสบายใจได้แบบเพลินๆ ครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)