เร็วทะลุเร็ว – Raew-Talu-Raew

เร็วทะลุเร็ว (2014) พันนา ฤทธิไกร พันนา ฤทธิไกร อาจไม่ใช่คนทำหนังที่เล่าเรื่องเก่ง ตลอดทั้งเรื่องมันพรุนไปด้วยข้อบกพร่อง ทั้งที่เราไม่ได้คาดหวังอะไรกับมิติของบท การกำกับการแสดง แต่แม้กระทั่งสิ่งที่ดีอันเป็นจุดแข็งที่สุดของหนังอย่างคิวแอคชั่นก็ยังผสมผสานกันทั้งสิ่งที่ยอดเยี่ยมและหลายอย่างที่ไม่เข้าท่า มันเหมือนเป็นหนังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยpassion ของความเป็นแอคชันคลาสสิค เต็มไปด้วยโมเมนต์ที่ดี ขณะเดียวกันก็ประดักประเดิดขาดเป็นวิ่นๆ ไม่สามารถกลมกลืนลงตัวได้ในแบบคนทำหนังที่เล่าเรื่องเก่ง แต่ก็เป็นหนังที่เต็มไปด้วยรสชาติแอคชันไทยคลาสสิคอย่างที่ใครก็ทำไม่ได้เหมือนกัน คิวบู๊ในหนังทะเยอทะยานเกินงบประมาณไปไกลมาก แต่สิ่งที่พันนาเลือกคือการชักดาบสองคมดันไปให้สุดจนสุดทาง การจะพารถไฟไทยเหิรฟ้าไปชนคอปเตอร์แลกมาด้วยซีจีห่วยบรม เป็นการตัดสินใจที่บ้าและกล้าดีในยุคที่คนไทยมีมารตฐานซีจีระดับฮอลลีวู้ดโอนลี่เป็นพื้นยืนไปแล้ว นอกจากซีจีที่ดูจะเป็นปัญหาไม่น้อยสำหรับคนส่วนใหญ่ที่คงส่ายหัวไม่รับ ซาวด์เอฟเฟกในคิวบู๊ก็ดูจะเป็นอะไรที่น่ารำคาญไม่น้อย การใส่ซาวด์เอฟเฟกหลายๆ ครั้งที่ไม่เมกเซนส์และดูจะพร่ำเพรื่อไปหน่อย เป็นมุขที่โพสต์โปรดักชั่นของสหมงคลฟิล์มไม่ได้พัฒนาขึ้นมาจากยุคองค์บากเท่าไหร่เลย แต่ในฐานะที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของตำนานผู้กำกับ/ผู้ออกแบบคิวบู๊ไทยอย่าง พันนา ฤทธิไกร สิ่งที่สัมผัสได้เต็มๆ…

Automata – ล่าจักรกล ยึดอนาคต

วิวัฒนาการที่มนุษย์หวั่นเกรง [No Spoil] หากหนังหุ่นไซบอกที่มีวิทยาการเลิศล้ำจากฟากฮอลลีวู้ดไม่ทำให้รู้สึกแปลกใหม่ประทับใจมากขึ้นแต่อย่างใด ขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเสพภาพยนตร์ไซไฟสัญชาติสเปนดูกันบ้าง แน่นอนว่ารสชาติหนังสเปนไม่เคยทำให้ผิดหวัง และยังได้ความรู้สึกใหม่ๆจากหนังไซไฟที่หาการตีความแบบนี้ไม่ได้จากฟากอเมริกัน ออโตมาต้าเป็นภาพยนตร์ที่มีคอนเซปต์และแก่นเรื่องชัดเจน สารในภาพยนตร์กล่าวถึงแนวคิดของวิวัฒนาการโดยธรรมชาติ หลักใหญ่กล่าวถึงการวิวัฒนาการยุคต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนในหนังเรื่องนี้สิ่งที่มีวิวัฒนาการต่อไปไม่ใช่มนุษย์แต่กลับเป็นหุ่นไซบอกที่มีสมอง การเรียนรู้ และความคิดที่ซับซ้อนกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า ซึ่งแน่นอนว่ามีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นได้และมนุษย์ที่มีพัฒนาการด้อยกว่าจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ครองโลกอีกต่อไป แนวคิดอันล้ำลึกมาพร้อมการแทนค่าสัญลักษณ์ต่างๆในภาพยนตร์มากมาย ที่ผู้กำกับเลือกใส่ไว้ทำให้ตัวหนังมีน้ำหนักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการวิวัฒนาการตามทฤษฎีของ ชาร์ล ดาวิน หรือเขตกัมตรังสีสูงที่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้และจำกัดพื้นที่การอยู่อาศัยของมนุษย์ให้น้อยลง ต่างจากหุ่นยนต์ที่สามารถอยู่ได้ทุกสภาวะในโลก(หลังจากธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป) ซึ่งผู้กำกับได้ใส่ความหมายนี้ลงไปด้วยแมลงสาบที่อยู่ทนได้ทุกสภาวะและเอาชีวิตรอดมาได้ทุกยุคสมัย นอกเหนือจากนี้ฉากการโหนสลิงข้ามไปยังอีกฝั่งของหน้าผาก็ยังสื่อไปถึงการก้าวข้ามผ่านวิวัฒนาการที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ด้วยการแทนค่าสัญลักษณ์ต่างๆเหล่านี้ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มีความประณีตในเชิงตกตะกอนความคิด และแจกแจงคอนเซปต์และแก่นสารได้อย่างชัดเจนและมีน้ำหนักมากทีเดียว “ห้ามทำร้ายมนุษย์และห้ามปรับปรุงตัวเอง” มันคือกฏเหล็กสองข้อที่วิศวกรคอมพิวเตอร์มนุษย์ผู้ออกแบบหุ่นออโตมาต้าได้ลงข้อมูลเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว และเพื่อปกป้องสายพันธุ์มนุษย์ผู้เป็นใหญ่ที่ครอบครองผืนโลกเอาไว้สายพันธุ์เดียว ด้วยเกรงว่าเหล่าออโตมาต้าหรือไซบอกที่ถูกออกแบบเอาไว้ใช้งานต่างๆตั้งแต่แม่บ้านจนถึงงานกรรมกรในอุตสาหกรรมก่อสร้างจะมีพัฒนาการและเรียนรู้ที่จะปรับปรุงระบบของตัวเองจนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมอยู่ได้ …

Love Rosie – เพื่อนรักกั๊กเป็นแฟน

Love, Rosie (Christian Ditter / UK, Germany / 2014) หนังน่ารักดีนะ ดูเพลินๆ สนุกดีเลย ถึงตัวละครต่างๆ มันจะเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกชีวิตนางเอกง่ายแบบจับวางตั้งใจให้เซอร์ไพรส์ไปหน่อย แล้วมันขาดช่วงบรรยากาศโมเมนต์ความสัมพันธ์เรียลๆ เมจิกๆ ที่ไม่ปั้นให้มันโรแมนติกหรือตลกเกินไปน่ะ แต่ทำไงได้ก็มันปูทางมาเป็นพล็อตฟีลกู๊ดแฟนตาซีขนาดนั้น  ความฝันของตัวละครก็ดูเพ้อๆ แต่ก็รู้สึกว่านางเอกมันก็เป็นตัวแทนผู้หญิงกลุ่มเพ้อนี้ได้ตลกดีเหมือนกัน เหมือนเวลาเราได้ยินเพื่อนผู้หญิงคุยกันใฝ่ฝันผู้ชายดีๆ แต่บางทีหน้าหล่อหุ่นเฟิร์มกลับทำให้ตัดสินใจเหมารวมหรือเป็นข้อยกเว้นไปได้ในพริบตา  ***สปอยล์***ชอบช่วงที่เหมือนพระเอกนางเอกเป็นชู้กันนะ ผู้หญิงที่อยากได้ผู้ชายที่ตัวเองชอบมาครอบครองโดยที่ไม่แคร์ผู้หญิงอีกคน ผู้ชายที่ก็ยังรักผู้หญิงคนเดิมถึงจะมีเมียที่กำลังท้องอยู่แล้วก็ตาม คือพอนึกตามส่วนที่หนังไม่ได้เล่ามันน่าสนใจดีและเป็นฉากที่เราอยากเห็น อย่างเช่น พระเอกนั่งเขียนเมล์หรือจดหมายหานางเอกให้นางเอกมาหาหลังจากที่เมียพระเอกบอกว่าตั้งท้อง มันน่าจะเป็นฉากที่พิเศษดี แต่แน่นอนว่าจะไม่ได้เห็นในหนังเรื่องนี้ ก็เลยได้เห็นแค่ฉากที่นางเอกคิดอะไรโง่ๆอย่างที่จะไปแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพระเอกในพิธีแต่งงาน(ซึ่งยังดีที่มันไม่เกิดขึ้น)   แล้วเวลาในหนังผ่านไปเป็นสิบปีกลับไม่ค่อยเห็นพัฒนาการตัวละครสักเท่าไหร่ สัมผัสการเติบโตของตัวละครได้แค่ผิวเผินโดยมีลูกที่กระเตง…

Young Ones – เมืองเดือด วัยระอุ

Young Ones (Jake Paltrow / USA / 2014) เสียดายมากๆ ที่การกำกับตัดต่อรวมถึงบทเล็กน้อยบ้างแผลใหญ่บ้างที่พอมารวมกันแล้วมันส่งหนังไปไม่สุด มันสะดุดแล้วก็ลุกอยู่อย่างนั้นอยู่นานเหมือนกัน เดี๋ยวดีบ้างเดี๋ยวเห่ยบ้าง ทั้งที่พล็อตมันเป็นทริลเลอร์สนุกๆได้และมีเรื่องมีราวสะเทือนเลือนลั่นได้เหมือนกัน เซ็ตอัพคนกลุ่มหนึ่งขาดแคลนน้ำพื้นที่แห้งแล้งราวกับทะเลทรายขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกไซไฟมันน่าสนใจดีแล้วเราก็ชอบที่หนังมันเล่าไซไฟแบบเบาๆ บางๆ มากๆ แต่รู้สึกว่ามันเป็นโลกเดียวกันและสำคัญต่อกัน ที่สำคัญคือความไม่หวือหวาของโลกไซไฟทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นโลกอนาคตที่เป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้ ก็เลยอินกับโลกไซไฟของมันเป็นพิเศษ แล้วถึงมันจะไม่ได้ออกหมัดแม่นถึงขั้นกระแทกสะเทือนทั้งๆ ที่มันทำได้ดีมากกว่านี้ แต่ก็ยังชอบมากอยู่ดี ปล.1นั่งข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่งสงสัยจะแฟนคลับ Nicholas Hoult ที่โผล่ออกมาช็อตแรกปุ๊บนี่สัมผัสได้ถึงรังสีติ่งเลย นั่งนิ่งตาจ้องจอเยิ้มย้อย แล้วมันตลกมากตรงที่พอถึงจุดเปลี่ยนตัวละครดูท่าทางเค้าจะเหวอๆ แล้วช็อตสุดท้ายนี่แกสะดุ้งอึ้งแดกเลยทีเดียว เราสะดุ้งตามแต่ก็แอบขำอยู่ในใจ…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ปล.2บ่น…วันพุธทั้งวันไม่ว่างแล้วเลือกดูได้แค่เรื่องเดียว..คิดผิดที่เลือกดู Young Ones ที่ตอนนี้ยังตามไปดูได้ที่…

รักหมดแก้ว – Ruk-Mot-Kaew

รักหมดแก้ว (ษรัณยู จิราลักษม์ / Thailand / 2014) จริงๆ มันก็ดูเพลินๆ ดีนะ แล้วก็ชอบอะไรหลายๆ อย่าง การเล่าการตัดต่อบางอย่างบางตอนที่หนังไทยไม่ค่อยเล่นกัน การเข้าออกและการกลับมาของตัวละครที่ไม่ได้มีแค่พระเอกนางเอกที่มันมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตทั้งความคิดและความสัมพันธ์ การกำกับการถ่ายภาพที่ทำให้หนังมันดูแพงขึ้น ทั้งที่ก็เห็นๆ ว่ามีโลเคชั่นเดิมๆ เหมือนที่เคยเห็นในหนังรอมคอมไทยที่ผ่านๆ มา ผับ ร้านเหล้า บ้าน-สระว่ายน้ำ ห้องขัง มหาวิทยาลัย ฯลฯ  แต่เสียดายที่บทมันชัดไปหน่อยโดยเฉพาะไดอะล็อก ก็รู้สึกว่าตัวละครมันกลมแหละแต่ตัวที่กลมก็กลมด้วยรูปแบบที่เป็นแบบฉบับไปหน่อย อ่าน คาลิล ยิบราล ปมพ่อแม่ในวัยเด็ก แบบถ้าเล่าที่มาที่ไปแบ็กกราวน์ชัดๆ…

Ouija – กระดานผีกระชากวิญญาณ

Ouija วีจี กระดานผีแอคชั่น ครั้งแรกที่เป็นโปสเตอร์เรื่องนี้ หลายๆคนคงตกใจกับชื่อเรื่องที่เขียนว่า Ouija หลายคนอาจจะแอบอ่านเป็น อุ๋ยจ๋า แน่ๆแต่ถ้าใครเคยรู้เรื่องเกียวกับตำนานกระดานผี Ouija จะต้องอ่านออกเสียงว่า วีจีแน่นอน ซึ่งเอาจริงๆมันแทบไม่ต่างจากกระดานผีถ้วยแก้วของบ้านเราเลยนะเนี่ย เพียงแต่ กระดานวีจี นั้นจะมีฟังค์ชั่นเสริมเข้ามานั่นก็คือ ตัวแผ่นที่ให้คนเอานิ้วแตะสามารถนำมามองส่องหาวิญญาณได้ด้วย ถือว่าเป็นฟังค์ชั่นสนอง need คนที่ต้องการเห็นสิ่งลี้ลับจริงๆ นอกเรื่องไปซะไกลวนกลับมาตัวหนังดีกว่า เรื่อง Ouija เอาจริงๆเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องตามสูตรหนังแนวนี้เอามาๆ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันก็ใช้ได้ตามมาตรฐานหนังแนวๆนี้นะ คือดูแล้วก็โอเค ตกใจบ้าง มีหลอกคนดูบ้าง หักมุมบ้าง แต่ที่เด่นที่สุดของเรื่องนี้คือช่วงท้ายของภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่า แอคชั่นเอฟเฟคกระจาย แต่ก็ไม่วายแอคชั่นน้อยไปหน่อยเลยเรียกได้ว่า เกริ่นต้นเรื่องมาซะยาว…

When Marnie Was There – ฝันของฉันต้องมีเธอ

  ความงดงาม ละเอียดอ่อน ลายเส้นที่เคลื่อนไหวอ้อยอิ่งสวยงาม เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสตูดิโออนิเมชั่นจิบลิเสมอ และนี่คืออนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องสุดท้ายก่อนที่ทางจิบลิจะปิดแผนกภาพยนตร์อนิเมชั่นขนาดยาวลงอย่างไม่มีกำหนดว่าจะเปิดทำการอีกทีหรือไม่เมื่อไหร่อย่างไร ซึ่งถือเป็นการทิ้งทวนที่งดงามไม่น้อยที่เลือกมาเล่าในประเด็นเด็กสาวสองคนผู้แปลกแยก โหยหาความรัก เรียกร้องพื้นที่ๆ จะเป็นของตัวเอง และการพลัดพรากจากลา      หนังว่าด้วยเด็กสาวผู้แปลกแยกกับทุกคน ขี้โรคและเข้ากับใครไม่ได้ แม้แต่แม่ที่ใกล้ชิดก็ถูกเธอผลักออกไปให้เป็นคนอื่นไม่ว่าแม่จะพยายามแสดงความรักความห่วงใยเธอเท่าไหร่ก็ไม่ได้ทำให้เธอยอมรับหรือสัมผัสได้เลย เธอถูกส่งให้ไปอยู่บ้านญาติของแม่ที่ชนบท หวังว่าบรรยากาศชนบทที่อากาศสดใส ทัศนียภาพสบายตาจะปลอบประโลมทั้งสุขภาพกายและจิตใจของเธอให้ดีขึ้นได้      ทว่าสิ่งที่เด็กสาวค้นพบกับไม่ใช่สิ่งที่คาดหวัง แต่กลับคือการเดินเล่นอันกลายเป็นการเดินทางไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง อีกฟากฝั่งริมบึงที่น้ำจะขึ้นทุกตอนเย็นคือบ้านร้างหลังใหญ่ที่เด็กสาวรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด นำไปสู่การพบเจอเด็กหญิงผมทองผู้ร่าเริงซึ่งจะกลายมาเป็นคนที่กระทบกระเทือนภายในจิตใจเธอครั้งใหญ่และเปลี่ยนเธอผู้ซึ่งต่อไม่ติดกับความรักจากใครๆ ไปตลอดกาล      เอาเข้าจริงๆ แล้วเขตแดนที่หนังเดินทางไปสำรวจเกือบเข้าไปไกลเกินกว่าประเด็นของเด็กหญิงที่คิดว่าโลกนี้ไม่มีใครรัก เข้าไปในประเด็นรักร่วมเพศหรือรักร่วมสายเลือดด้วยซ้ำไป…

EXETER – อย่าให้นรกสิง

It Follows – อย่าให้มันตามมา 100 min  |  Horror/ Mystery | Directed by David Robert Mitchell  จะเกิดอะไรขึ้นหากมีอะไรบางอย่างคอยติดตามคุณตลอด !? โดยเรื่องราวของหนังนั้นมีอยู่ว่า เจย์ วัยรุ่นสาวสวยเธอคบกับชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันนามว่าฮิวจ์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งก่อนที่จะพบว่าเจย์ได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องลึกลับบางอย่าง เมื่อ “มัน” ถูกถ่ายทอดผ่าน sex สิ่งที่เจย์ต้องทำคือห้ามให้มันเข้าใกล้และต้องถ่ายทอดไปยังคนอื่น แต่ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ดีสิ จึงเกิดเป็นเรื่องราวสุดขนหัวลุก  หนังได้รับคำวิจารณ์จากผู้ชมอย่างคับคั่งด้วยความที่เข้าฉายในอเมริกาไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และตอกย้ำด้วยเว็บไซต์ภาพยนตร์ชื่อดังหลายต่อหลายแห่งต่างประโคมว่าเป็นหนังสยองขวัญขึ้นหิ้ง !! หลังจากที่ผมได้ชมมันมีความรู้สึกปนกัน ระหว่างรู้สึกตื่นตะลึง…

Captive State – สงครามปฏิวัติทวงโลก

 Captive State— 6/10 —หนังขายไอเดีย ที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่ได้เหมาะกับทุกคนแน่นอน ต้องบอกก่อนว่า Captive State ไม่ใช่หนังเอเลี่ยนถล่มโลก ตู้มต้าม อย่าง ID4 หรือ War of the World ที่จะมีฉากหนีตายการไล่ล่าเอเลี่ยน หรือการถล่มอะไรต่างๆ แต่ในเรื่องนี้มันเกิดหลังจากเหตุการณ์ที่เอเลี่ยนบุกและยึดโลกไปแล้ว ครอบครองโลกมาเป็นเวลานานและไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงจากอำนาจนี้แต่อย่างใด (คุ้นๆ ไหม?) จึงทำให้มีกลุ่มคณะปฏิวัติ Phoenix พยายามต่อต้าน และทำลายอำนาจทวงคืนเสรีภาพจากเหล่าเอเลี่ยนนั้นซะ เรื่องของเอเลี่ยนบุกโลกอาจจะไม่แปลกใหม่ แต่มันแปลกใหม่ตรงที่เหตุการณ์หลังจากนั้นแหละ…

The Kid Who Would Be King – หนุ่มน้อยสู่จอมราชันย์

The Kid who would be king เปิดตำนานบทใหม่ของกษัตริย์อาเธอร์และดาบในหินเป็นอีกครั้งที่เรื่องราวของตำนานคิงอาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลม ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พึ่งจะผ่านสายตาไปไม่นานอย่าง King Arthur legend of the sword ที่กำกับโดยกายริชชี่ และมาครั้งนี้ได้ถูกตีความใหม่ เมื่อตำนานที่ว่าได้กลับมาเป็นจริงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน และเกิดขึ้นกับเด็กอีกด้วย เนื้อเรื่องก็ว่าด้วย อเล็กซ์  เด็กชายโนเนมคนนึงที่ได้ไปพบเจอกับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ปักอยู่ในหินเข้า เลยต้องจับพลัดจับผลู ฟอร์มทีมจากเพื่อนๆ และคู่อริให้กลายเป็นเหล่าอัศวินร่วมกับพ่อมดเมอร์ลิน เพื่อเอาชนะแม่มดร้าย มอร์กาน่า ให้ได้ โดยที่มีอนาคตโลกเป็นเดิมพัน เล่าแค่นี้ก็น่าติดตามแล้วผมอยากให้ไปดูด้วยตาจริงๆ…