Judy – จูดี้ การ์แลนด์

Judy
— 9.2/10 —
ไม่ใช่หนังชีวประวัติที่สร้างแรงบันดาลใจ
แต่มันคือหนังที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดและงดงามของ Judy
แฟนคลับเธออาจได้ร้องเพลงตามและอาจร้องไห้ตามก็เป็นได้
หนังเรื่องนี้มอบชีวิตให้กับ Judy อีกครั้ง!

เชื่อว่าเด็กหลายๆ คนอาจไม่รู้จักหรือคุ้นชื่อของ Judy Garland และตัวเราเองตอนนั้นยังไม่เกิด พ่อแม่อาจจะพึ่งจีบกันหรือพึ่งคบกันก็เป็นได้ สารภาพตามตรงเรารู้จัก Judy Garland แค่จากเพลง “Over the Rainbow” แต่ได้ไปอ่านประวัติเธอมาอย่างคร่าวๆ ว่าเธอโคตรดัง ระดับตำนาน เป็นทั้งนักร้อง+นักแสดงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกับหนัง The Wizard of Oz (1939) ในบท Dorothy เธอร้องเพลง Over the Rainbow จนเปรี้ยงปร้างจากเรื่องนั้นน่ะแหละ เรียกได้ว่าเธอเป็นตำนานก็ไม่ผิด แต่ชีวิตเธอก็เหมือนจะดูโหดร้ายเหลือเกิน ทั้งเรื่องรัก เรื่องเวลา เรื่องลูก จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 47 ปี

ตอนแรกคงคิดว่าจะเป็นหนังชีวประวัติใครสักคนเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวการไต่เต้าเป็นดาว ฝ่าฟันอุปสรรค สร้างแรงบันดาลใจ แต่มันไม่ใช่เว้ย มันเป็นหนังขั้วตรงข้ามกันเลย มันสะท้อนชีวิตอันเจ็บปวดที่งดงามของเธอ กับการที่ต้องรู้ว่าการมีชื่อเสียงของเธอต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง มันคือสิ่งที่เธอเลือกจะเป็นตั้งแต่เด็กๆ แต่การตัดสินใจของเธอในครั้งนั้นก็เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดการ เพราะชีวิตของเธอแลดูจะหามีความสุขจริงๆ อยู่เพียงไม่กี่อย่าง

หนังบอกเล่าเรื่องราวของเธอในวัยกลางคนแล้ว ตัดสัลบกับเหตุการณ์ตอนเด็กๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเธอออกมาได้โคตรน่าสงสาร เจ็บปวดจริงๆ เราได้เห็นเลยว่าผู้หญิงที่เป็นดั่งดาว ณ ตอนนั้น ชีวิตต้องเจอแต่เรื่องที่ไม่มีความสุข ตั้งแต่เด็ก ยันวันที่สิ้นลมหายใจ เธอต้องเสียทั้งความเป็นเด็กอย่างที่คนอื่นๆ เป็น ไม่ได้เล่นที่อยากเล่น ไม่ได้กินของที่อยากกิน โตขึ้นเธอก็ต้องเจอกับรักแย่ๆ ถึง 5 ครั้ง แถมเธอยังต้องโดนพรากลูกไปให้อดีตสามีอีก จนความสุขของเธอเหลือเพียงแค่การร้องเพลง และความรักที่เธอได้รับจากคนดู มีประโยคนึงในหนังที่เธอได้บอกเอาไว้ว่า 

“ฉันก็ต้องการเหมือนทุกๆ คนนั่นแหละ เพียงแต่ได้มันมายากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง”

แค่นั้นก็สะท้อนตัวตนความอึดอัดของเธอได้อย่างมากมายแล้ว

หนังดำเนินเรื่องช้าๆ เอื่อยๆ มีน่าเบื่อบ้าง ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกต่างกับ Bohemian Rhapsody (2018) หรือ Rocketman (2019) อย่างสิ้นเชิง หนังมันค่อยๆ พาเราไปรับรู้เรื่องราวความทุกข์ทรมานของ Judy อย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป จนถึงประโยคสุดท้ายของหนังที่โคตรตราตรึง 

ฉากสุดท้ายของหนังคือโคตรดี ขนลุกเลยทีเดียว มันทั้งทึ่ง อึ้ง และน่าประทับใจมากๆ แต่น่าเสียดายที่ฉากนั้นมันสั้นไปหน่อย ถ้าลากยาวกว่านี้ เชื่อเลยว่าหลายๆ คนที่รู้จักต้องร้องเพลงนี้ตาม และไม่แน่อาจร้องไห้ตามไปด้วยก็เป็นได้ 

ต้องบอกเลยว่า Renée Zellweger เธอคือ Judy Garland อย่างแท้จริง คือเหมือนเลย เหมือนจนไม่เหมือนไปได้มากกว่านี้แล้ว ทั้งหน้าตา ท่าทางการเดิน การพูด การขยับมือไม้ต่างๆ รวมถึงการแสดงบนเวที ยังกะ Judy มาเข้าสิงยังไงยังงั้น และที่สำคัญเธอร้องเพลงโคตรเพราะ ตัวน้ำเสียงอาจจะไม่เหมือนเป๊ะๆ แต่วิธีการร้อง การออกเสียง การเปล่งเสียง การลงเสียง คือ Judy ชัดๆ ยิ่งฉากที่ต้องขึ้นเวทีแสดงครั้งแรกในหนัง เริ่มอ้าปากร้องเพลงนะ โคตรประทับใจ เรานี่ถึงกับปรบมือร้องว้าวเลยทีเดียว Renée Zellweger แสดงได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ

แต่ก็มีบางสิ่งที่น่าเสียดาย หนังพาให้คนดูรู้จักกับ Judy Garland ได้ไม่มากพอ ไม่ลึกซึ้งพอ มีหลายๆ อย่างที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักคงพากันสงสัยบ้างไม่มากก็น้อย และน่าเสียดายมากๆ น่าจะหยิบฉากในตำนานที่ Judy ร้อง Over the Rainbow ไว้ใน The Wizard of Oz (1939) มาให้คนได้ดูได้ฟังกันเพื่อเป็นการย้อนความประทับใจของเธออีกหนึ่งฉากในตำนาน

สรุปแล้วถึงคุณไม่รู้จัก Judy แต่อยากไปดู ก็จงไปดูซะ คุณจะได้รู้ชีวิตอันน่าเศร้า เจ็บปวด แต่งดงามของผู้หญิงที่ชื่อ Judy และที่สำคัญ คุณจะได้ฟังเพลงเพราะๆ ที่คุณอาจไม่เคยฟัง แต่รับรองคุณจะทึ่งไปกับมัน มันคือหนังที่เปรียบเสมือนการชุบชีวิต Judy ผู้ล่วงลับให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง