Blue Valentine (2010) บลู วาเลนไทน์

Untitled08045

สมัยยังแรกรุ่น ผมเคยคิดว่าหากสามารถจีบใครสักคนสำเร็จ จนเรากับเขาตกลงเป็นแฟนกันแล้ว นั่นคือเส้นชัย นั่นคือปลายทาง นั่นคือแฮปปี้เอนดิ้ง… ครั้นเวลาผ่านไป ถึงได้ตระหนักครับว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

Blue Valentine เป็นหนังที่สะท้อนเรื่องราวความรักในโลกแห่งความเป็นจริงที่มันอาจไม่ได้สวยงามอย่างในหนังหรือเทพนิยาย มันไม่มีอะไรการันตีว่าคนคู่หนึ่งเมื่อคบกันแล้ว จะอยู่ดีมีสุขตลอดกาล จะไม่มีวันพรากจากกัน

หนังพาเราไปพบกับเรื่องราวความรักของ ดีน (Ryan Gosling) และซินดี้ (Michelle Williams) ในหนังนั้นเปิดมาก็เป็นช่วงที่พวกเขาแต่งงานอยู่กินกันหลายปี มีลูกแล้วหนึ่งคน และแม้พวกเขาจะพยายามทำตัวให้ปเนปกติแค่ไหน แต่ดูก็รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาต้องมีปัญหากันอย่างแน่นอน

หนังเล่าตัดสลับกันระหว่างช่วงปัจจุบันที่พวกเขาอยู่กินกัน กับช่วงอดีตแรกเริ่มที่ทั้งสองเพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ ซึ่งก็ไม่แปลกหากช่วงแรกเริ่มปลูกต้นรักนั้น พวกเขาจะดูหวานแหวว รักกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และมีใจที่อยากครองคู่อยู่ด้วยกัน

หนังเรื่องนี้ไม่สนุกครับ… เพราะมันไม่ใช่หนังเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิง แต่เป็นหนังสะท้อนแง่มุมความรักที่ปวดร้าว วันที่รักหมดอายุและบางเรื่องก็สายเกินเยียวยา… ซึ่งถ้าถามว่าในโจทย์ว่าด้วย “การถ่ายทอดเรื่องจริงแห่งความรัก” นี้ หนังทำได้ดีไหม? ก็ต้องตอบว่าหนังทำได้ดีมากทีเดียว

Derek Cianfrance ผู้กำกับและร่วมเขียนบท ได้แรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้มาจากประสบการณ์จริง ที่เขาต้องพบเห็นพ่อแม่แยกทางกันตอนเขาอายุได้ 20 ปี เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลต่อจิตใจของเขาอย่างยิ่ง และทำให้เขาหมายมั่นจะทำหนังว่าด้วยจุดเริ่มแห่งรัก และจุดสิ้นสุดแห่งสายสัมพันธ์

จากนั้นเขากับ Joey Curtis และ Cami Delavigne ก็ร่วมกันเขียนบทขึ้นมา โดย Cianfrance เริ่มร่างบทหนังตั้งแต่ปี 1998 แต่เนื่องจากเขาไม่มีทุนในการสร้างเลยพยายามรับงานกำกับหนังสารคดีเพื่อสะสมเงินทุน

Untitled08046

จากนั้นในปี 2003 Williams ได้พบกับ Cianfrance และลองอ่านบท ปรากฏว่าเธอชอบมากจนยอมตกลงที่จะแสดง แล้ว Gosling จึงก้าวเข้ามาในโปรเจคท์ราวปี 2005 แต่เนื่องจากตอนนั้นทุนสร้างก็ยังไม่พออยู่ดี Cianfrance เลยตั้งหน้าทำงานเพื่อหาทุนต่อไป – และหลังจาก Williams กับ Gosling ตกลงรับบทนำแล้ว Cianfrance ก็ไม่เคยคิดจะทาบทามคนอื่นอีกเลย พูดง่ายๆ คือเขามองว่า 2 คนนี้เหมาะกับบทอย่างที่สุดจนไม่ต้องไปหาที่ไหนอีก

พอถึงปี 2006 Cianfrance ก็ชนะการประกวดหนังสั้นในงาน Chrysler Film Project Contest ได้เงินรางวัลมา $1 ล้านเหรียญ ทำให้เขาพร้อมจะเดินหน้าโปรเจคท์นี้ครับ โดยวางแผนที่จะถ่ายทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2008 แต่แล้วก็มีการเลื่อนเนื่องจากการเสียชีวิตของ Heath Ledger สามีของ Michelle Williams ซึ่งทีมงานก็ตัดสินใจที่จะรอจนกว่า Williams จะพร้อม

หนังใช้เวลา 3 อาทิตย์แรกเพื่อถ่ายทำฉากช่วงที่ดีนและซินดี้เริ่มปลูกต้นรักกัน แล้วตอนแรก Cianfrance มีความคิดที่จะเว้นช่วงการถ่ายทำไปประมาณ 6 ปี ว่าง่ายๆ คือเว้นระยะเวลาตามจริงครับ แต่ผู้สร้างไม่เห็นด้วยและพยายามเกลี้ยกล่อมจน Cianfrance ยอมย่นเวลาลง

จากนั้น Gosling และ Williams รวมถึง Faith Wladyka (ที่มารับบทลูกสาวของพวกเขา) ทั้ง 3 เช่าบ้านและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเสมือนหนึ่งเป็นครอบครัวกันจริงๆ ใช้ห้องน้ำร่วมกัน กินข้าวพร้อมหน้าวันละ 3 มื้อ ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านก็อิงจากอาชีพจริงๆ ของตัวละครที่พวกเขารับบท นั่นคือดีนทำงานเป็นช่างทาสี และซินดีเป็นพยาบาล พวกเขาได้เงิน $200 เหรียญทุกๆ 2 สัปดาห์ ซึ่งก็ต้องบริหารจัดการเงินกันตามจริงเพื่อให้พอใช้ใน 1 เดือน เรียกว่าเตรียมตัวกันแบบเต็มที่เพื่อรอวันเข้าฉากถ่ายทำในช่วงที่ครอบครัวนี้มีปัญหาระหองระแหง

ว่ากันว่าในช่วงนั้น Cianfrance คิดหนักครับ เขาเกิดเปลี่ยนใจคิดจะไม่ถ่ายทำช่วงที่เหลือ กล่าวคือจะใช้ฟุตเตจเท่าที่มี ตัดให้หนังออกมาเป็นแนวรักโรแมนติกว่าด้วยคน 2 คนตกหลุมรักกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Valentine แทน… แต่ในที่สุดหลังจากผ่านการถกเถียงอย่างเข้มข้น Cianfrance และทีมงานก็กลับมาถ่ายทำต่อในฉากช่วงที่ครอบครัวของดีนและซินดี้เกิดความแตกร้าว… แล้วหนังก็เสร็จสมบูรณ์ออกมาให้เราชมกัน

หนังทำได้ดีครับ ต้องขอมอบคำชมให้ทุกภาคส่วนเลย ไม่ว่าจะผู้กำกับ Cianfrance ที่คุมโทนหนังให้ออกมาพอเหมาะ ช่วงที่พระนางเริ่มรักกัน โทนก็ออกมาสบายๆ อาจไม่ถึงกับโลกสีชมพู แต่ก็ถือว่าสดใส ช่วงนั้นนี่ไม่ว่าจะดีนหรือซินดี้จะทำอะไร ก็ดูเหมือนจะถูกใจใช่เลยสำหรับอีกฝ่ายไปเสียทั้งหมด

ส่วนช่วงที่ครอบครัวมีปัญหา โทนมันเป็นอีกแบบเลยครับ คือมันดูแห้งแล้ง ดู Blue ดูแฝงความหดหู่ ท่าทีของตัวละครก็สื่อให้เราสัมผัสได้เลยว่าสามีภรรยาคู่นี้ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน ความรักของพวกเขาต้องมีปัญหาแหงๆ ชนิดที่บางช่วงนี่เราแอบคิดเลยครับว่าพวกเขาทั้งสองคนอย่าเพิ่งคุยกันเลยดีกว่า เพราะดูท่าการสนทนาจะจบไม่สวยแน่ๆ

Untitled08048

แน่นอนว่า 2 ดารานำแสดงได้สมบทครับ ทั้ง Gosling และ Williams พวกเขาครองหนังทั้งเรื่องอยู่ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทาง แววตา หรือกระทั่งภาษากายมันจะบ่งบอกความคิดความรู้สึกของพวกเขาออกมา สื่อให้คนดูอย่างเราๆ สัมผัสสิ่งที่ล้นปรี่ออกมาจากใจของพวกเขาได้ เรียกว่าพลังดารานี่ถือว่าแน่นทีเดียวสำหรับหนังเรื่องนี้

Gosling ถือเป็นร่างทรงของผู้กำกับ Cianfrance ครับ ที่แน่ๆ เลยคือตอนวัยหนุ่มนั้น สไตล์แต่งตัวของดีนก็ถอดแบบมาจากเสื้อผ้าที่ Cianfrance ชอบใส่ตอนหนุ่มๆ ส่วนตอนอายุเยอะนั้น ที่ดีนหัวเริ่มล้านและไว้หนวดนั้นก็ถอดแบบ Cianfrance เหมือนกัน

แรกเริ่มเดิมที ตามบทหนังนั้น ฉากหลังจะมีหลายเมืองมากกว่าที่เห็นครับ จะมีถ่ายทำที่ฟลอริด้าและฮาวายด้วย แต่ผู้กำกับ Cianfrance ก็ตัดสินใจปรับบทมาปักหลักที่นิวยอร์กเพื่อที่ Williams จะได้สามารถกลับบ้านไปให้เวลาลูกของเธอได้โดยสะดวก

Cianfrance เปิดโอกาสให้ 2 ดารานำด้นบทสดๆ กันได้โดยไม่ต้องยึดติดกับบทต้นฉบับครับ ซึ่ง Gosling ชอบเพราะเขามักจะมีปัญหาเรื่องจำบทอยู่บ่อยๆ ส่วน Williams ก็มีเกร็งบ้าง แต่ในที่สุดเธอก็แสดงได้แบบผ่านฉลุย และหนึ่งในการด้นของเธอก็คือฉากที่ซินดี้เล่ามุกตลกบนรถเมล์ ที่ทำเอาทีมงานบางคนหัวเราะออกมาจริงๆ และการแสดงของเธอก็เข้าตากรรมกรจนได้ชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

ถ้าให้นิยามสั้นๆ ว่าหนังเรื่องนี้บอกอะไรกับเรา ก็คงเป็น “มีรัก ก็มีเลิก” มันคือส่วนหนึ่งในมิติแห่งความรักครับ

การดูหนังเรื่องนี้ทำให้ตระหนักครับว่า สิ่งที่เราพอจะทำได้กับความรักของเรานั้น ก็คือทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราว่าดีนั้นจะดีสำหรับเขาไหม หากเราพอจะรู้ว่า “ดีในแบบของเขา” คืออะไร ก็ลองพยายามปรับดู ต่างฝ่ายต่างปรับเข้าหากันเพื่อดูแลใส่ใจและห่วงใยกัน แต่หากเราทำไปมากหลายแล้วมันยังไม่ใช่ เราก็อาจต้องคิดทบทวนใหม่ว่าจะเดินต่อไปอย่างไรดี

สิ่งหนึ่งที่ใช้บอกตัวเองเสมอคือ รักคนอื่นให้มากน่ะได้ แต่ต้องอย่ารักตัวเองให้น้อยลง

Untitled08047

การเลิกร้างไม่ใช่ของง่าย ใครไม่เจอกับตัวย่อมไม่รู้ ใครไม่เคยอกหักย่อมไม่ตระหนักถึงความเจ็บ ซึ่งเรามีอิสระที่จะเจ็บช้ำ เสียใจ ร้องไห้ เอาฝักบัวมาราดหัวตัวเอง ฯลฯ อยากระบาย อยากคลายใจก็ทำไปครับ ใช้สิ่งเหล่านี้บ่งถอนพิษที่คั่งฝังใจ

ร้องไห้ให้น้ำตาท่วมก็ได้ ไม่เป็นไร ร้องเข้าไปให้น้ำท่วมสูง ให้น้ำมันสูงมากพอที่จะพาตัวเองว่ายไปให้พ้นจากตรงนั้น… อย่าจมไปกับมัน

ใครในโลกก็ช่วยเราไม่ได้ หากเราไม่คิดจะช่วยตนเอง

รู้ครับว่าไม่ใช่ของง่าย แต่ “ทำได้ไม่ง่าย” ไม่ได้แปลว่า “ทำมันไม่ได้” แค่ต้องอาศัยแรงช่วย อาศัยใจเสริม

ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกหัวใจ ที่บอบช้ำจากเรื่องรักครับ

สำหรับหนังเรื่องนี้ ถือเป็นหนังดีครับ เป็นหนังคุณภาพที่น่าดู แต่ถ้าใครตระหนักว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมดูหนังรักร้าวแบบนี้ ก็ควรฟังใจตนเอง อย่าเพิ่งดูดีกว่า

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)