น้องมะเหมี่ยว

น้องมะเหมี่ยว ทั้งหมวยทั้งแซบ น่าจะเป็นสเปกใครหลายๆคน

ลุคญี่ปุ่น สุดบึ้ม

สาวสวย ลุคญี่ปุ่น สุดบึ้ม ใครชอบแนวๆนี้เราก็เปิดวาปให้แล้วFB : Phunnita Intarapimai

น้องไข่มุก

น้องไข่มุก ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักเธอดี เพราะเธอเคยอยู่วงนักร้อง cmcafe มาก่อนด้วยด้วยความน่ารักหวานๆของเธอทำหนุ่มใจละลาย

John Wick – จอห์นวิค แรงกว่านรก

John Wick (David Leitch, Chad Stehelski / 2014) เห็นหลายคนบอกว่าสนุกโคตรก็เลยตั้งเป้าไว้สูงพอสมควร ที่หวังว่าจะฟินถึงยอดตาลก็ได้แค่ประมาณยอดมะพร้าว มันไม่ค่อยมีหลักใหญ่ใจความอะไรให้รู้สึกพิเศษน่าตื่นตาตื่นใจสักเท่าไหร ทั้งการไปไกลของพล็อตเรื่องและการดีไซน์ฉากแอคชั่น แต่ในความพล็อตของมันก็ยังน่าชื่นใจ มันมีจุดเล็กจุดน้อยที่ทำให้น่าติดตามได้เพลินมาก อย่างเช่น ทีมบริษัทเก็บกวาดศพเนี้ยบนิ้งหลังการฆ่าบริการถึงที่ หน้าลุงหัวหน้าทีมตอนแกถอดหมวกนี่ดูฉมังเก๋ากวนยวนตีนดีจริงๆ รวมถึงพนักงานต้อนรับโรงแรมมาดนิ่งก็เป็นตัวเรียกอารมณ์ขันได้ดี ตัวละครเล็กๆ พวกนี้มันช่วยสร้างเสน่ห์ให้โลกนักฆ่าได้มีสีสันมาก และกฎบังคับบริเวณสั่งห้ามฆ่า มันเป็นเงื่อนไขที่น่าตื่นเต้นและเล่นแง่มุมของอำนาจเงินที่เหนือกว่าจรรยาบรรณและมิตรภาพได้สนุกดี เป็นธรรมดาที่หนังแอคชั่นมักมีช่องโหว่ สำหรับเรื่องนี้เพื่อให้พระเอกไม่ตายทั้งที่บางครั้งอยู่ในจังหวะที่ฆ่าด้วยปืนนัดเดียวได้ง่ายๆ แต่ตัวร้ายกลับรีรอและยั้งมืออย่างสมควรตาย และเสียดายที่บทสรุปของตัวร้ายบางคนก็เร็วไปหน่อย รวมๆ แล้วก็สนุกไล่กันจริงยิงกันมันส์ไม่หยอกทีเดียว นอกจากมาดเท่ๆ ของเฮีย Keanu Reeve แล้ว ก็จะได้เห็นมาดชั่วๆ…

Whiplash – ตีให้ลั่น เพราะฝันยังไม่จบ

Whiplash Damien Chazelle  หนังดราม่าน้ำดีที่ทั้งหนักแน่นและเรียบง่ายในการเล่าเรื่อง การแสดงขั้นท็อปฟอร์มระดับอาจเข้าชิงออสการ์ของตัวละครนำทั้งสอง และการจับประเด็นห้วงชีวิตของการอยากก้าวพ้นจากสามัญชนธรรมดาไปสู่จุดสุดยอดบนเวทีอันเป็นที่จดจำ เป็นตำนาน ซึ่งต้องแลกด้วยชีวิตจิตใจ หยาดเหงื่อแรงกาย เลือดเนื้อที่หนังเฉือนแล่ชีวิตของไอ้หนุ่มนักฝันกับอาจารย์โหดซาดิสท์ออกมานำเสนอได้อย่างเข้มข้นทรงพลังและตรึงตราใจเอามากๆ Whiplash ผลงานของผู้กำกับ เดเมียน แซซเซลล์ ทีเจ้าตัวเผยว่าต้องการให้หนังที่ว่าด้วยนักดนตรีแจ๊ซเรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์แอคชั่นจนเลือดสูบฉีด แอนดรูว์ เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านการตีกลองและมีความทะเยอทะยานอยากไปไกลถึงระดับตำนาน ต้องมาพบกับการฝึกซ้อมสุดหฤโหดที่พร้อมจะบดขยี้ทั้งกำลังใจและกำลังกายจากครูระดับเซียนจอมซาดิสท์อย่าง เฟล็ตเชอร์ การฝึกซ้อมของเฟล็ตเชอร์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน ความรุนแรงที่กระแทกทางอารมณ์ถึงขนาดปาเก้าอี้ใส่หัวจากตีกลองผิดจังหวะ หรือการให้ตีจนมือเหวอะเลือดอาบกลอง ปะทะกับลูกบ้าและความทะเยอทะยานจนเข้าขั้นเสียสติเกินคนทั่วไปจะทนไหวของแอนดรูว์ ทำให้หนังเรื่องนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าขนลุกและเฮี้ยนเกินกว่าหน้าหนังหรือคำโปรยว่าเป็นหนังสู้เพื่อฝันอันสวยงามไปไกลหลายเท่านัก ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดคือการที่หนังผลักตัวละครทั้งสองไปไกลในทางที่พวกเขาเป็นอย่างสุดโต่งโดยที่ไม่ใช้บทสรุปง่ายๆ ตามขนบดีงามใดๆ มาตีกรอบจนลดค่าพวกเขาลงไป นี่จึงเป็นหนังที่มีเลือดเนื้อพลังชีวิตเต็มเปี่ยมถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีบทสรุปสำหรับคนดูทุกคน หนังเพียงแค่นำเสนอทางเลือกของคนในรูปแบบหนึ่งที่เต็มไปด้วยราคาที่ต้องจ่ายอย่างสาหัสเพื่อความหมายของชีวิตเฉพาะตัวที่แสวงหาโดยไม่ประนีประนอมใดๆ คนดูอาจไม่ได้เห็นด้วยกับทางเลือกของตัวละคร…

Nam-Mun-Prai – น้ำมันพรายอ

น้ำมันพราย (ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล / Thailand / 2014 / B-) E+15 for Enjoy ถึงมันจะไม่เกี่ยวกันแต่เรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึง Under the Skin ซึ่งผีคือเอเลี่ยน กิ๊บซี่ คือ Scarlett Johansson ส่วน แมทธิว รับบทเป็น หินตาหินยาย แข็งสุดๆ เรื่องราวของ แพร สาวสวยที่แม่ซึ่งเป็นกำลังใจเดียวในชีวิตกำลังจากไป แพรต้องแบกรับภาระทางการเงินขณะที่ต้องระวังตัวในสังคมที่ผู้ชายกดทับ ไม่ว่าจะเป็นลุงแกที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกันและเจ้านายชายแก่ที่หวังในเรือนร่าง แต่แล้วคืนหนึ่งแพรก็โดนเพื่อนสนิทมอมเบียร์ผสมน้ำมันพรายจนวิญญาณสิงร่างและทำร้ายเพื่อนจนตายกลายเป็นปริศนา และพอมีเซ็กส์กับคนที่ไม่ยินยอมผีก็จะใช้ร่างนางเอกกลายเป็นผีหลอกคนพวกนั้นจนตายแล้วตายเล่า สุดท้ายเธอตั้งใจใช้ความแปลกประหลาดนี้เข้าเล่นงานชายหนุ่มที่เคยไว้ใจที่สุดด้วยการยอมมีเซ็กส์ด้วยแล้วให้ผีหลอก!!!!!!!! แค่นี้ก็จี้มากๆ แล้ว จริงๆ แล้วมันเป็นหนังผีที่มีเส้นเรื่องตำรวจสืบสวนสอบสวนชัดเจนแต่มันบางเบาอยู่มากเหมือนมีแค่เพื่อรองรับในการเล่าที่มาที่ไปของผีผ่านหมอผีอีกที และอีกบทบาทคือเป็นผู้ส่งสาส์นถึงนางเอกเท่านั้น แต่ก็ยังทำตัวลึกลับซ่อนเงื่อนตลอดเวลา แล้วยิ่งสืบเรื่องที่หนังบอกให้คนดูรู้ก่อนที่ตำรวจรู้ยิ่งเปลือยเปล่าเข้าไปใหญ่  มุกผีหลายๆ เหตุการณ์มันไม่ชัดเจนในจุดผีเข้าผีออก ผีอวตารจนเกิดความสงสัยอยู่มาก และผี CGI เพื่อ 3D หลายครั้งก็ไม่ถึงกับเนียน แต่แปลกประหลาดดีนะ และเรามีอารมณ์ร่วมเพราะมันไม่ใช่ผีโป๊งชึ่งเสมอไป ซึ่งบางฉากก็เล่นกับความเงียบและเสียงบรรยากาศได้เหมาะเจาะทีเดียว  แน่นอนว่าส่วนที่ชอบในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่บทที่กลมกล่อมหรือการกำกับที่ลงตัวซึ่งยังกระท่อนกระท่อนอยู่มากถึงแม้ว่าจะมีจุดน่าสนใจและทำได้น่าพอใจในบางครั้ง สิ่งที่ชอบสุดๆ คือจุดจบของคนที่ถูกผีหลอกและผีที่มาหลอกคนกับภารกิจทิ้งท้ายที่น่าติดตาม ซึ่งเท่าที่จำได้ยังไม่เคยเห็นในหนังไทย… เซ็กส์ซีนท่าไหนเห็นอะไรเป็นไงบ้างไม่ขอสปอยล์ แต่เป็นเซ็กส์ซีนที่มีความหมายสมเหตุสมผลของการมีอยู่ซึ่งสนับสนุนประเด็นเรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นหนังผีขายเซ็กส์ที่เรียกร้องความสนใจให้ผู้ชายเข้าไปดูเพื่อสั่งสอนศีลธรรมก็ว่าได้ โดนรวมก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้คำว่าเสียดาย ซึ่งทำให้นึกถึง ‘รักเราเขย่าขวัญ’ หนังผีโรแมนติกในปีนี้ที่มีจุดพิเศษให้เราชอบได้เช่นกันแต่เสียดายเพราะทั้งสองเรื่องมันสามารถดีได้กว่านี้มากๆ…  จากฉากจบเหมือน น้ำมันพราย จะมีภาคต่อนะ…รอดูๆ และหวังว่าจะพัฒนาส่วนผสมไอเดียที่น่าสนใจนี้ให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

แตงกวา

แตงกวา เธอเป็นนางแบบหุ่นเพียวเรียวบาง แต่หน้าอกหน้าใจของเธอดูน่าหลงใจเกินต้านใจจริงๆ ที่สำคัญเธอสวยและคมมาก

นางแบบแนวสวยๆ

มาดูนางแบบแนวสวยๆคมๆที่แบบว่า เห็นแล้วซี๊ด กระปี้กระเป่าหัวใจแบบแรงๆเลยละ

นางแบบหุ่นเรียว

มาดู นางแบบหุ่นเรียว ตัวเล็ก ลุคญี่ปุ่นกันสักหน่อย

Fury – วันปฐพีเดือด

Fury (David Ayer / USA / 2014) หนังเกริ่นแต่แรกว่าเป็นเหตุการณ์เกิดในช่วงที่ฮิตเลอร์เกนฑ์เด็กผู้ชายกับผู้หญิงมารบซึ่งมันน่าสนใจดีเพราะส่วนตัวยังไม่เคยเห็นในหนังเรื่องไหนที่จะหยิบยกมาเล่า แต่ไปๆ มาๆ คนทำไม่ได้นำพาจุดนี้มาขยี้ขยายจุดนี้ให้เป็นประเด็นไคลแม็กซ์ที่คาดว่าจะได้เห็นซึ่งเราติดกับตั้งตารอชมมันมาแล้วตั้งแต่ต้น แต่ก็ดีที่อย่างน้อยก็เป็นตัวประกอบในเหตุการณ์ช่วยเล่าพัฒนาการตัวละครได้อยู่บ้าง เออ..แต่ถ้าดูไม่ผิดมันก็ถูกหยิบมาเป็นเหตุผลในฉากไฟนอลอยู่เหมือนกัน ตัวละครสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาเรื่องราวมากที่สุดก็คือตัวละครของ Logan Lerman ที่ตอนแรกคาดว่าจะแค่สมทบเล็ก แต่จริงๆ แล้วโดดเด่นกว่า Shia LaBeouf ที่เล่นบทเป็นทหารผู้ศรัทธาในพระเจ้าเสียอีก ส่วนตัวละครของ Brad Pitt ก็เหมือนเป็นอาจารย์สอนชีวิตในสนามรบกลายๆ ให้ตัวละครของเลอร์แมน ให้ฝึกมือเรียนรู้ความเกลียดชังศัตรูจากแต่แรกที่เป็นเสมียนหน่อมแน้มโปแตสแตนท์ในสมรภูมิที่ไม่กล้าฆ่าฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นหนึ่งในแขนขาที่พึ่งของทีมที่นำกองกำลังรถถังไต่ตะขาบยึดเมืองในเยอรมันไปเรื่อยๆ พล็อตประมาณนี้มันก็เลยดูไม่มีอะไรพิเศษไปด้วย ส่วนที่ทำไม่ได้ให้ชอบหนังไปมากกว่านี้คือจุดเปลี่ยนของตัวละคร…