Aladdin – อะลาดิน

Aladdin
— 6.6/10 —
เป็นหนัง Live-Action ของ Disney ที่ชอบน้อยที่สุด
มีดีที่เพลง และ Will Smith
เสียดายความเป็น Guy Ritchie มาก

จริงๆ Disney ที่นำเอาการ์ตูนในอดีตมาทำเป็นหนังหลายเรื่องก็สนุกนะ ชอบด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น Jungle Book, Maleficent, Beauty and the Beast แต่กับ Aladdin เราค่อนข้างจะเฉยๆ กับมันเสียมากกว่า

ในวัยเด็ก เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ดูการ์ตูน Aladdin กันมาแล้ว ซึ่งในแบบฉบับหนังนี้ ยังคงดำเนินเรื่องราวเค้าโครงเรื่องหลักเอาไว้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นการเคารพต้นฉบับแถมยังจับประเด็นของเรื่องราวได้ดี เพียงแต่ว่าไอ้ฉากที่ควรมีมันดันไม่มีซะนี่ เช่นฉากจาฟาร์กลายเป็นงู ที่สำคัญหนังยังมีเพิ่มเติมเรื่องราวอื่นๆ เข้ามานิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่อง เฟมินิสต์ หรือชนชั้นวรรณะ ที่ค่อนข้างตีความขยายความมาจากต้นฉบับเวอร์ชั่นการ์ตูนได้ดีเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดำเนินเรื่องและเนื้อเรื่องโดยรวมมันยังไม่สนุกพอ จริงอยู่ที่มันมีความเคารพต้นฉบับสูงในระดับหนึ่ง มันจึงทำให้มันค่อนข้างจะการ์ตูนไปสักหน่อย การที่เราได้เห็นตัวละครวิ่งหนีและมีฉากทหารชนกัน เรารู้สึกว่ามันโคตรการ์ตูน ส่วนตัวสำหรับเรา ถ้าเราดูเวอร์ชั่นหนังแล้วยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเดิม ไม่แปลกใหม่ เหมือนดูการ์ตูนในเวอร์ชั่นเดิมอยู่ มันไม่เวิร์คสำหรับเรา ที่น่าตื่นตาขึ้นก็คงจะเป็นฉากกับการแต่งตัวที่มันดูวิจิตรตระการตาในระดับนึง

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเรื่องนี้เลยก็คือเพลง และเพลงในเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นี่แหละคือตัวชูโรงที่ยังพอทำให้หนังเรื่องนี้เพลิดเพลินได้บ้าง คือแต่ละเพลงต้องยอมรับเลยว่าพอมาฟังเวอร์ชั่นนี้แล้วเพราะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น A Whole New World ในเวอร์ชั่นของนักแสดงในหนัง หรือจะเป็นเวอร์ชั่นใน End Credit ของ ZAYN กับ Zhavia Ward ก็ตาม หรือแม้กระทั่ง Speechless ที่เพลงนี้ Naomi Scott หรือเจ้าหญิงจัสมิน ร้องออกมาได้โคตรยอดเยี่ยม และยิ่งการแสดงในหนังฉากนี้ของเธอ ดูดี มีพลังชะมัด

มาทางด้านนักแสดงกันบ้าง เราผิดหวังกับตัว อะลาดินเลยแหละ นักแสดงอย่าง Mena Massoud ถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ออกมาได้ไม่มีเสน่ห์เลย แม้กระทั่งในชุดเจ้าชายก็ตาม ก็ยังดูไม่โดดเด่นจริงๆ ซึ่งขัดกับทางด้านของ Naomi Scott ในบทบาทของเจ้าหญิงจัสมิน ที่สวย สง่า ดูมีเสน่ห์มากๆ เลยทำให้สองตัวนี้เข้าฉากกัน แลดูเคมีไม่เข้ากันอย่างแรง แต่ที่ต้องชื่นชมเลยคือ Will Smith ในบทยักษ์จินนี่ ที่ช่วงหลังนี้เราไม่ได้เห็นเขาเล่นบทตลก ฮาๆ ขนาดนี้มาหลายเรื่องและ ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้จัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่าอีกหนึ่งสิ่งที่พอจะทำให้หนังสนุกและเพลิดเพลินได้นอกจากเพลงแล้วก็เขาเนี่ยแหละ เป็นตัวขโมยซีนอย่างแท้จริง

นี่ถ้าไม่บอกว่าหนังเรื่องนี้กำกับโดย Guy Ritchie เราไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเขา เราอาจจะผิดเองที่คาดหวังความเป็นตัวเขามากไป เอกลักษณ์ของ Guy Ritchie จากผลงานที่ผ่านๆ มา แทบไม่มีให้เห็นเลยในเรื่องนี้ จริงๆ มันก็มีบ้างแหละ แต่น้อยและเบาบางมาก ถ้าไม่อ่านชื่อ ดูข้อมูล โปสเตอร์ นี่ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเขา ยิ่งพอดูจบยิ่งหงุดหงิด และอยากจะบอกเลยว่ากลับมาทำหนังแนวเดิมที่ตัวเองถนัดดีกว่า

สรุปแล้ว Aladdin โดยส่วนตัวเราเฉยๆ กับมันมากจริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดจะมาดูด้วยซ้ำ แต่พอเห็นชื่อ Guy Ritchie และ Will Smith ก็เลยทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาทันที แต่พอดูแล้วก็ยังเฉยๆ กับมันอยู่ดี นี่ถ้าไม่ได้เพลงกับ Will Smith ช่วยไว้ มันคงจะน่าเบื่อไปกว่านี้แน่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเราเอง สนุกไม่สนุกยังไงไปพิสูจน์ด้วยตัวเองในโรงเลยจ้าาาาา